น้ำตาล..ความหวำนที่ซ่อนโรค

น้ำตาล..ความหวำนที่ซ่อนโรค

น้ำหวานสีสันสดใสแย็นๆชื่นใจใครๆก็ชอบดื่มใช่ไหมคะยิ่งอากาศร้อนๆอย่างอากาศบ้านเราแล้วเครื่องดื่มเหล่านี้ก็ยิ่งเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังหาซื้อง่ายมีขายตั้งแต่ในร้านค้าเล็กๆข้างทางไปจนถึงมินิมาร์ทติดแอร์และตามซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆทั่วๆไป ซ้ายังมีหลายยี่ห้อ หลายผู้ผลิต หลายกลิ่น หลายรสชาติ ผู้ผลิตบางรายเพิ่มลูกเล่นให้เครื่องดื่มมีความน่าสนใจมากขึ้นโดยการเติมโซดาลงไปดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่นซาบซ่าเป็นที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กๆไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ แต่ความหวานชุ่มคอที่มากับเครื่องดื่มสีสวยเหล่านี้กลับแฝงอันตรายที่ทาลายสุขภาพคุณ

น้ำตาล..ความหวำนที่ซ่อนโรค

เครื่องดื่มหลากยี่ห้อที่มีขายกันในท้องตลาดปัจจุบันมีน้าตาลเป็นส่วนประกอบอยู่ราว 14 ช้อนชาซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมากจนน่าตกใจ ทั้งที่หน่วยบริโภคที่เหมะสมในการรับประมานน้าตาลอยู่ที่ไม่เกิน 6 ช้อนชาเท่านั้นต่อวัน นับว่าทาให้ผู้บริโภคได้รับปริมาณน้ำที่เยอะเกินความจาเป็นไปมากที่เดียว

ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มที่วางจัดจาหน่ายอยู่ทั่วไปเท่านั้นที่ผู้บริโภคควรลดปริมาณในการดื่มลง แต่เครื่องดื่มอย่างชาไข่มุกที่ทาจากชา ใส่ครีมเทียม ใส่น้าหวาน พร้อมเสริมด้วยไข่มุกเม็ดโตสีดำ ดื่มแล้วให้รสชาติอร่อยหวานมันพร้อมกับได้เคี้ยวไข่มุกหนึบหนับทาให้ชาไข่มุกเป็นที่นิยมของผู้บริโภคไม่แพ้น้ำหวานตามร้านสะดวกซื้อเลยทีเดียว

จากการที่ผู้บริโภคได้รับปริมาณน้ำมากจนเกินความพอดีนี้ส่งผลให้ผู้บริโภคหลายคนมีอาการ ‘ติดหวาน’ กลายเป็นปัญหาสาคัญของสังคมผู้บริโภคในยุคนี้สมัยนี้ เพราะไม่ใช่แค่ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนเท่านั้นแต่ยังผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมาด้วย เช่น ไขมันในหลอดเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน เป็นต้น

รู้ไว้ก่อนสายร่ำงกำยมีอาการติดหวานหรือไม่?

หลายคนคงจะสงสัยกันแล้วว่าอาการติดหวานคืออะไร อาการติดหวานคือสภาวะที่สมองมีอาการเสพติดความหวาน ทั้งนี้เกิดจากการที่เคยบริโภคน้ำตาลในบริมาณสูงเป็นประจำหากไม่ได้รับความหวานจากน้ำตาลแล้วจะรู้สึก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมองเบลอ อ่อนระโหย ไม่มีแรงทากิจกรรมในแต่ละวัน เพราะน้าตาลเป็นอาหารของสมอง เมื่อบริโภคแล้วจะเกิดความพึงพอใจในทางเสพติด ร้ายแรงพอๆกับการเสพติดมอร์ฟีนเลยทีเดียว

การลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลนั้นไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสาคัญตรงความเข้มแข็งของผู้บริโภคเอง เพราะเมื่อร่างกายโหยน้ำตาลหนักๆจะทาให้มีความอยากความหวานมากขึ้นเพื่อชดเชยความรู้สึกของการขาดน้ำตาลแบบปลอมๆที่สมองสั่งการมา

น้ำตาล..ความหวำนที่ซ่อนโรค

อยำกลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลควรทำอย่ำงไรดี?

1) ค่อยๆลดปริมาณลงที่ละน้อยๆแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ลดทีเดียวแบบพรวดพราด

2) บริโภคผลไม้สดแทนเครื่องดื่มหรือขนมที่มีน้ำตาลสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีความหวานเช่นเดียวกับน้าตาลผ่านกระบวนการ แต่ปริมาณน้อยกว่ากันเยอะ

3) เลิกรับประทานขนมอบกรอบที่ขายเป็นถุงๆตรมร้านสะดวกซื้อ ขนมเหล่านี้อาจมีน้ำตาลผสมน้อยก็จริงแต่มีปริมาณแป้งอยู่ในอัตราที่สูง ทั้งนี้แป้งและน้ำตาลก็จัดเป็นสารอาหารที่อยู่ในหมวดเดียวกัน

4) ดูฉลากข้างบรรจุภัณฑ์สินค้าทุกครั้งก่อนซื้อ เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาล

ได้สาระความรู้ดีๆกันไปแล้วก็อย่าลืมนาไปใช้จริงด้วยนะคะ เริ่มเสียแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้าไม่มีใครสามารถดูแลสุขภาพตัวคุณได้เท่าตัวคุณเองค่ะ

Loading Facebook Comments ...

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*