สมุนไพรแก้ปวดฟัน ทางเลือกสำหรับคนกลัวหมอ

สมุนไพรแก้ปวดฟัน

ปวดฟัน ถือเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่มีอาการนี้อยู่ไม่น้อย จนทำให้หลายคนเลือกที่จะพึ่งพายาแก้ปวด แต่ถ้าหากรับประทานมากไปก็ย่อมจะส่งผลเสียต่อตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัดสารพิษได้ อย่างไรก็ดี แม้การไปพบทันตแพทย์จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับการรักษาอาการที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับการเจ็บตัว การเสียเวลา และค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่กลัวหมอด้วยแล้ว การมองหาสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ปวดฟันมาลองใช้ดู ก็อาจให้ผลลัพธ์ที่ให้ผลดีเช่นเดียวกัน ได้แก่

กานพลู ใช้ทั้งดอกนำมาเคี้ยวแล้วอมไว้บริเวณที่ปวดฟัน จะช่วยระงับอาการปวดดี แต่ถ้าไม่ชอบรสชาติของกานพลูที่ให้รสเผ็ดและร้อนปร่า ก็ให้นำดอกมาตำพอแหลกผสมกับเหล้าขาวพอแฉะ แล้วนำมาอุดตรงฟันที่ปวดก็ได้ ดอกตูมของกานพลูยังมีสรรพคุณช่วยระงับกลิ่นปากลงได้ด้วย เพียงนำดอกตูม 2-3 ดอกมาอมไว้ในปากก็พอ

คราดหัวแหวน หรือผักคราดหัวแหวน พืชล้มลุกที่ดอกจะมีลักษณะคล้ายหัวแหวน และมีสาร Spilanthol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชา เวลาใช้ให้นำดอกของผักคราดหัวแหวนมาตำพอแหลก นำไปผสมกับเหล้าขาวเล็กน้อย ใช้สำลีชุบแล้วนำไปอุดรูฟันที่ปวดจะช่วยแก้อาการปวดฟันได้ดี

ข่อย นำกิ่งสดยาวประมาณ 5 – 6 นิ้ว นำมาหั่นแล้วต้มในน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย เคี่ยวจนเหลือน้ำเพียงครึ่งเดียว นำมาอมเวลาเช้าและตอนเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ หรือจะใช้เมล็ดข่อย นำมาต้มกับน้ำ ใช้อมบ้วนปาก ก็จะมีสรรพคุณใช้เป็นฆ่าเชื้อโรคในช่องปากได้ดี

ดอกดาวเรือง นำดอกสดประมาณ 5 – 10 กรัม ต้มในน้ำให้เดือดพอประมาณ แล้วใช้น้ำที่ได้มากลั้วปากหรืออมไว้ประมาณ 1 นาที หรือจะใช้ดอกสดนำมาตำพอหลกแล้วคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้สำลีชุบ แล้วนำมาอุดตรงรูฟันซี่ที่ปวด
ก็จะช่วยแก้อาการปวดฟันได้

เมล็ดผักชี ประมาณ 10 – 20 เมล็ด นำมาต้มในน้ำจนเดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำมาอมและบ้วนปากบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการปวดฟันได้ หรือจะใช้รากของผักบุ้งนา ประมาณ 10 กรัม ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ นำมาผสมกับน้ำส้มสายชู อมไว้ประมาณ 5 นาที จึงบ้วนออกด้วยน้ำสะอาดก็ให้ผลดีไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ดี การใช้สมุนไพรดังกล่าว แม้จะมีสรรพคุณช่วยลดและบรรเทาอาการปวดฟันได้ดี แต่นั่นก็เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น สำหรับวิธีที่ดีสุดที่จะช่วยไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ก็คือการป้องกันฟันผุ โดยหมั่นดูแลทำความสะอาดฟันและสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่จะทำให้ฟันแข็งแรง และไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก ๆ 6 เดือนหรือตามที่แพทย์นัด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ไม่ต้องทรมานกับการปวดฟันอีกต่อไป

Loading Facebook Comments ...

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*